ตลาดหุ้น 19 ธันวา

 

วันนี้ คนที่ติดตามความเคลื่อนไหวหุ้น  คงจะตื่นเต้นสุดสุด    และน่าจะได้เห็นอะไรที่น่าสนใจหลายอย่าง    และเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นอะไรแบบนี้กับตาตัวเองด้วย

 

ตอนเช้า ตื่นนอนมา เปิดทีวีดู   เห็นราคาหุ้นในทีวี   เป็นชื่อหุ้นที่คุ้นหูคุ้นตา ตัวดังดังทั้งนั้นเลย  อย่าง ปตท. กสิกร ธนาคารกรุงเทพ  ราคากำลังร่วงร่วง    แทบจะขยี้ตา  เพราะคิดว่า  ดูผิดไปหรือเปล่า   แต่ละตัวร่วงกัน 10 บาท 20 บาท  เกินกว่า 10 เปอร์เซ็นท์ซะอีก    แล้วดัชนี SET ลง ติดลบ 65 จุด  เปิดซื้อขายไม่ถึงชั่วโมง ลงไปเกือบ 10 เปอร์เซ็นท์แล้ว    ตอนนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นมาก   อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น    ทางช่อง มันนี่แชแน่ล  ก็มีรายงานเป็นบทสัมภาษณ์ของคนในวงการ  บอกเล่าว่า  เมื่อคืนนี้ เขาไปคุยกับนักลงทุนต่างชาติ เรื่องมาตรการใหม่   ที่ควบคุมการนำเงินเข้ามาลงทุนในไทย   ว่า ถ้าเป็นชาวต่างชาติ เอาเงินมา 100 จะต้องหักฟรี 30  แล้วเอาไปใช้ได้จริง 70  และจะต้องทิ้งเงินไว้หนึ่งปี   ถ้าถอนออกก่อนจะได้คืนแค่ 90    มาตรการนี้ ตั้งใจจะสกัดการแข็งค่าของเงินบาท ด้วยการสกัดการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้น        เห็นเขาเล่าว่า นักลงทุนต่างชาติ ได้คิดทบทวนนโยบายนี้แล้ว  และก็ Thank you very much บ๊ายบาย   และคำสบถอีกมากมาย     ตอนนั้น ฉันก็คิดว่า มาตรการมันประหลาดประหลาดชอบกล   เงินนำเข้า  30% ต้องฝากไว้ในประเทศไทย ไม่ได้ดอกเบี้ย  แถมต้องเสี่ยงเสีย 10% อีก  เรียกว่า เสียสภาพคล่องในการลงทุน     อีกความคิดหนึ่งคือ  ฉันรู้สึกว่า ทางผู้รับผิดชอบ อาจจะคิดว่า  นักลงทุนต่างประเทศ คงจะเหมือนนักลงทุนคนไทย  ที่จะบังคับ ออกกฏ ข่มเหง จำกัดอายุ ให้เสียเปรียบอย่างไรก็ได้     แต่นักลงทุนต่างประเทศคงจะไม่ใช่   มาจำกัดสิทธิ์  มาแทรกแซงการแข่งขันเสรีเช่นนี้    มันกลายเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน (เสี่ยงกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้    เพราะมาตรการนี้ ประกาศให้มีการใช้ทันที  แบบไม่รอให้ใครตั้งตัวได้)  -  อันนี้คิดเอง  และก็อยากรู้ว่า นักลงทุนต่างชาติตัวจริง  คิดอะไรยังไง

 

 

ราคาของหุ้น ในตอนเช้า  จึงร่วง ร่วง ร่วง ร่วง   ขายโกลาหล   ซึ่งเราก็ติดตามดูอย่างใกล้ชิด    มันน่าตื่นเต้นมาก  ที่หุ้นใหญ่  มีแต่ขาย ขาย ขาย  ไม้นึงมาทีขายแสนหุ้น ล้านหุ้น สิบล้านหุ้น   แล้วก็มีแรงซื้อมาจากไหน ก็ไม่รู้  พยายามจะซื้อสวนขึ้นมา     ก็จะเห็น ซื้อพันหุ้นบ้าง หมื่นบ้าง  แสนบ้าง  แต่ก็จะสลับกับ การขาย ทีละแสน ทีละล้าน   ดัชนีร่วงเร็วมาก จนถึง -70 กว่าจุด  แล้วตลาดก็หยุดอัตโนมัติ ครึ่งชั่วโมง   เนื่องจากดัชนีตกเกิน 10%   (เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์หุ้นไทย ที่ตลาดหยุดซื้อขาย  ด้วยกฎหมายป้องกันดัชนีตกเร็วเกินไป  ที่เรียกว่า Circuit Breaker)

 

ระหว่างหยุดครึ่งชั่วโมง  ห้องข่าวหุ้นทางทีวียิ่งน่าตื่นเต้นกันไปใหญ่   มีการไปถาม หม่อมฯ ว่า คิดดีแล้วหรือ กับมาตรการใหม่นี้   หม่อมฯ บอกว่า คิดดีแล้ว และยืนยันจะไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการใดใด     ภาพตัดไปทาง ผู้ว่าการแบ๊งก์ชาติ  สัมภาษณ์ว่า  คิดว่าเป็นมาตรการที่ถูกต้อง และมาตรการนี้เคยได้ผลมาแล้วที่ประเทศชิลี  (มาทราบในภายหลังว่า  เคยใช้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนที่ชิลีปิดประเทศ)    ในขณะที่ สายสัมภาษณ์จากฝั่งโบรกเกอร์ระดับผู้บริหาร  ที่ต่างจะ "อ้อม อ้อม แอ้ม แอ้ม เอ่อม เอ่อ  มาตรการนี้ .. ผมพูดไม่ได้  ไม่มีความเห็น  ผมจะออกความเห็นกับมาตรการของท่านหม่อมฯ ได้อย่างไร ..."    ส่วนสำนักต่างประเทศ  มีข่าวปรับลดความน่าสนใจในการลงทุนของประเทศไทย เป็น 0 หรือ ติดลบ       มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า มาตรการนี้ หนักเกินไป  และขาดจริยธรรม  เพราะเป็นเรื่องหนักมากในแง่มุมของนักลงทุน   แต่ประกาศใช้ในระดับเข้มทันทีแบบไม่บอกล่วงหน้า  (Hard Landing)

 

 

เมื่อตลาดเปิดอีกรอบ   ดัชนียิ่งดิ่งดิ่งดิ่งดิ่ง  ไปอีก ไปเกือบถึง -100 จุด    ถึงแนวต้านสำคัญ 640 บาท    ตอนนั้น อีกแค่สิบกว่านาที  ก็จะปิดตลาดครึ่งวันเช้า    จู่จู่  ก็มีแรงซื้อหลั่งไหลมาจากไหนก็ไม่รู้   ดันราคาขึ้นไปอย่างต่อเนื่องน่าอัศจรรย์     การขายยังมีอยู่ทีละ แสน ทีละล้าน  แต่ตอนนี้ มีแรงซื้อ ทีละหลายล้าน  ดัชนีถูกดันขึ้นมา ณ ระดับ -70 จุด    ปิดตลาดภาคเช้า

 

 

ห้องสินธรแห่งเว็บไซท์พันทิป   ที่เคยแสนเงียบเหงา  กระทู้อืด    ตอนนี้ คึกคักกันสุดฤทธิ์    ทั้งห้องสินธร และห้องข่าวหุ้นทางทีวี ต่างทายกันว่า จะเกิด Circuit Breaker ครั้งที่สองหรือไม่  เมื่อดัชนีลดลงไป -20 เปอร์เซ็นท์ หรือราว -150 บาท    ถ้ามี Circuit Breaker ครั้งที่สอง ตลาดจะหยุดหนึ่งชั่วโมง   หลังจากนั้นดัชนีอาจจะดิ่งไปถึงฟลอร์เลยก็ได้      ระหว่างนี้ หม่อมฯ  ยังคงยืนกรานให้สัมภาษณ์ว่า "จะต้องมีมาตรการนี้ต่อไป   คิดดีแล้ว  และผลนี้จะเกิดเพียงระยะสั้นสั้นเท่านั้น"      ส่วนนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์  บอกว่า  อันตราย   เพราะภาคบ่าย  ตลาดฝั่งยุโรปจะเริ่มเปิดทำการ  และอาจจะมีแรงเทขายจากยุโรป     ส่วนแรงซื้อก่อนการปิดตลาดภาคเช้าที่ดันดัชนีขึ้นมานั้น   น่าจะมาจากการเก็งกำไรว่า   หม่อมฯ จะยกเลิกมาตรการในภาคบ่ายนี้

 

พอเปิดตลาดมาภาคบ่าย   ก็เป็นไปตามคาด   คือ  แรงเทขายมากมายมหาศาล   กดราคาหุ้นใหญ่จนแทบติดฟลอร์ หมดทุกตัว  และ ดัชนี SET ลงไปอย่างเรียบเนียน  ผ่าน -100 จุด  ลงไปเรื่อยเรื่อยจนถึง -148 จุด   แล้ว อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็จะ Circuit Breaker ครั้งที่สองแล้ว  ..

 

 

แต่แล้ว   มหัศจรรย์อันพิลึกพิลั่นก็สำแดงกระบวนท่า   ใครจากที่ไหนไม่รู้  มาช้อนซื้อหุ้นอย่างหนักหน่วง   ดันราคาดัชนีขึ้นไปเรื่อยเรื่อย อย่างเรียบเนียน  (กราฟของ SET วันนี้ เรียบเนียนมาก  ต่อเนื่องตลอด)    ความรู้สึกของฉัน คือ น่าจะมีการแทรกแซงแล้วล่ะ    เพราะการดันดัชนีขึ้นครั้งนี้  เหมือนการดันดัชนี ไม่ให้มาถึง Circuit Breaker ครั้งที่สอง     ระหว่างนั้นทางทีวี  ก็จะมีการย้ำจากทาง หม่อมฯ ว่า  มาตรการนี้จะมีเพียงผลกระทบระยะสั้น      ส่วนในห้องสินธร  มีให้ความเห็นว่า  มาตรการนี้ น่าจะใช้อีกนาน   เพราะแบงก์ชาติไม่ควรออกมากลับคำ  ยกเลิกมาตรการกลางอากาศ   ก็จะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง   ประเทศไทยจะดูน่าเกลียดอย่างมาก   ความเชื่อมั่นหดหาย    เพราะ  การลงทุนในไทยจะมีความเสี่ยงจากการแทรกแซงของผู้มีอำนาจ   ออกกฏวันนี้  ยกเลิกพรุ่งนี้   ..   อย่างไรก็ตาม  มาตรการนี้ได้แสดงถึงอะไรบางอย่าง  ที่แบบว่า สมอง  หรือไม่ก็ จริยธรรม  ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งนี่แหล่ะ

 

 

ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์พิลึกพิลั่นนี้มาก    เนื่องจากยังคิดไม่ออกว่า  คนสติแบบไหนที่กล้าซื้อหุ้นในตลาดขนาดนี้     ณ ตอนที่ดัชนี เด้งจากจุดต่ำสุด  แบบหาเหตุผลไม่ได้   มีการซื้อดันราคาอย่างต่อเนื่อง     และก็มีการขายทิ้งกดราคา  แบบทีละแสน  ทีละล้าน    หุ้นใหญ่ที่ราคาหล่นพื้นไปแล้ว  เริ่มลอย    ดัชนีเริ่มขึ้นไปพยายามจะให้อยู่ที่ 620 จุด  หรือ -100 กว่ากว่า    ภาคบ่ายนี้  ปิดตลาดไปที่ 616    ดัชนีไม่ต่ำเกินไป ด้วยแรงซื้อปริศนานั้น    แต่มีการคำนวณกันว่า  คนที่ไปไล่ซื้อหุ้นที่จุดต่ำสุด   และได้มาขายที่ราคาปิดตลาด จะได้กำไร 20-70% เลยทีเดียว

 

 

หลังจากปิดการซื้อขายของวันนี้ไป   ดูเหมือนจะมีความวุ่นวายย่อมย่อม ในหมู่ผู้ที่สมควรที่จะรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้     ทางแบงค์ชาติ และ หม่อมฯ ก็เรียกประชุมโบรกเกอร์เป็นการด่วน  และบอกว่าจะมีแถลงการณ์ทางช่อง 9 ตอนสองทุ่ม     งานนี้เรียกว่า ทางแบงก์ชาติ และหม่อมฯ น่าจะโดนอ่วม    ฉันไม่ได้รอดู เพราะไปซื้อของข้างนอก   แต่ระหว่างทางกลับบ้าน   ก็ได้ยินแว่วทางวิทยุ  ประกาศออกมาว่า  หม่อมฯ สั่งยกเลิกมาตรการนี้แล้ว    ซึ่งอาจจะเป็นการดำเนินการที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้แล้ว (ยกเลิก ก็เสีย  ไม่ยกเลิก ก็เสียหาย ต่อทุนของตลาดหุ้น)   แน่นอนว่า  มีคนหัวเสียจากการกลับคำของหม่อมฯมาก   และมีการตั้งข้อสังเกตเรื่อง แรงซื้อที่ดันดัชนีขึ้นมานั้น เกือบ 2 หมื่นล้านนั้นมาจากไหน  มาจากใคร     ห้องสินธร ประณามว่า  จะต้องมีการรู้ข้อมูลวงใน และมีคนทำกำไรจากราคาหุ้นวันนี้ได้มากมาย   อาจจะถึง 100 เปอร์เซ็นท์ในวันเดียว (Short ขาลง  แล้วช้อนขาขึ้น)    มาตรการนี้  อาจจะเป็นแผนการสร้างราคาครั้งที่ร้ายกาจ และน่ากลัวที่สุด ของตลาดหุ้นไทยเลยก็ว่าได้  (ถ้ามีการทำจริง)   

 

ส่วนประเด็นที่ว่า  หม่อมฯ  รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้แค่ไหน   เราสามารถเห็นจากคำแถลงการณ์ของเขาเมื่อตอนสองทุ่มนี้     He กล่าวว่า  

 

"ไม่ ใช่ความผิดพลาดของ นโยบาย เพียงแค่เป็นการป้องกัน ไม่ให้บาทแข็ง   ซึ่งต้องยอมรับว่ามาตรการทุกมาตรการ ต้องมีผลข้างเคียง  แต่เราก็ต้องเฝ้าติดตามและแก้ไขโดยเร็ว เรื่องหุ้นไม่ต้องห่วงมันลงได้ก็ขึ้นได้  แต่ใน ภาพแมคโครไม่มีอะไรเสีย ไม่ต้องมีคนรับผิดชอบ"

 

ซึ่งแปลว่า   คนที่ต้องทิ้งหุ้น ขายขาดทุนในวันนี้ (ซึ่งอาจจะโดน Forced Sell)  ก็ช่วยไม่ได้

 

เรื่องที่น่ากลัวที่สุด  น่าจะเกี่ยวกับ การผิดคำพูด     เมื่อเช้า  He ยังพูดอยู่ว่า "ได้คิดมาดีแล้ว" และ "ได้คาดไว้แล้วว่า ตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบเช่นนี้"   และยังพูดว่า  "จะไม่มีการยกเลิกมาตรการโดยเด็ดขาด"    แต่รูปการณ์ออกมาเป็นแบบนี้  น่าจะเดาได้ว่า  He ต้องการรักษาหน้าไว้มากกว่า    จึงพยายามพูดให้ตัวเองดูดี     ส่วนเรื่องวงในกับการซื้อขาย  หรือ การสร้างราคานั้น  ยังเป็นได้เพียงข้อสังเกต ที่มีความเป็นไปได้เท่านั้น

 

ไม่รู้ว่าตลาดจะเป็นเช่นไร พรุ่งนี้    เมื่อมีการถอนมาตรการออกไปแล้ว   ดัชนีอาจจะดีดกลับก็ได้    หรือ อาจจะลงต่อก็ได้       เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้   ทำให้ฉันรู้สึกว่า  ตลาดหุ้นไทย  กลายเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมาก   ทั้งต่อนักลงทุนรายย่อย  รายใหญ่  หรือ นักลงทุนต่างชาติ     เพราะ ความไม่แน่นอน  ความกลับกลอก   โดยเฉพาะนัยยะ ของมาตรการนี้   ซึ่งแสดงถึง  การปิดประเทศ   การผิดคำพูด   และ ตลาดที่มีการแทรกแซงอย่างร้ายกาจ (ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ)      ซึ่งคนที่จะลงทุนได้อย่างมั่นใจนั้นมีเพียงกลุ่มเดียว  คือ  นักลงทุนที่รู้ข่าววงใน

 

 

นิว

 

นับ หนึ่ง สอง สาม ... หลับตา และยิ้มให้กัน
ประเทศชาติกำลังอยู่ในมือ ของคนไม่กี่คน...
000228
20 ธ.ค. 2549 เวลา 01:18 น.
อืมมอ่านดูแล้วน่าคิด เหอๆ
001094
20 ธ.ค. 2549 เวลา 03:41 น.
อ้าว.. ไม่ใช่ตลาดหุ้น 19 ธันวา เหรอคะ คุณนิว ><
001860
20 ธ.ค. 2549 เวลา 12:22 น.
^
^

แก้แว้ว
001105
20 ธ.ค. 2549 เวลา 20:04 น.
น่ากลัวจริงๆ

ทำให้บาล์มไม่กล้าเอาเงินไปลงเลยเนี่ย เหอๆ

002329
22 ธ.ค. 2549 เวลา 18:10 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic