น่ากลัวซ้อนน่ากลัว การคาดการณ์

 

 

 

วันนี้ออกไปข้างนอก  เลยไม่ได้ติดตาม สถานการณ์ตลาดหุ้นต่อจากเมื่อวาน   จากคืนเมื่อวัน  เป็นสภาวะที่ยังคาดเดาไม่ออกนักว่า จะเกิดอะไรในวันรุ่งขึ้น    โดยส่วนตัว ก็คาดการณ์ไว้ว่า   ตลาดหุ้น "น่าจะขึ้นเล็กน้อย"     เหตุผลที่น่าจะขึ้นเพราะ การกลับคำของหม่อมฯ    ที่น่าจะขึ้นไม่มาก เพราะ การกลับคำ  ได้สร้าง  ความเสี่ยงแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏชัดมาก่อน (ชัดในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ)   คือ ความเสี่ยงที่ตลาดอาจจะไม่เสรี   และความเสี่ยงจากผู้มีอำนาจอาจสำแดงความเถื่อน ด้วยการไม่เล่นตามกฎ (Sovereignty risk)    นักลงทุนที่สมเหตุสมผล ควรจะรอสถานการณ์ให้แน่ใจชัด ก่อนจะเข้ามาซื้อคืน

 

 

ปรากฏว่า  หุ้นวันนี้ขึ้น 60 กว่าจุด  หลักจากที่เมื่อวานลบลง 100 กว่าจุด     หม่อมฯ ผู้ซึ่งเป็นตัวการของเหตุการณ์ครั้งนี้  รีบออกมาให้สัมภาษณ์เอาหน้าว่า   เงินไหลกลับมาแล้ว  5 แสนล้านบาท วันนี้  (เมื่อวาน  หายไป 8 แสนล้านบาท)   

 

แต่บอกตามตรงว่า   เป็นการขึ้นที่ผิดกับที่เราคาดไว้อย่างมาก      การเคลื่อนไหวของดัชนี SET วันนี้     ต้องยอมรับว่า อาจจะสมเหตุสมผล (นักลงทุน กลัวว่าราคาจะขึ้นไปกว่านี้  เลยรีบแห่เข้ามาซื้อ)     และก็อาจจะ ไม่สมเหตุสมผล ได้พอพอกัน      ตอนที่เปิดตลาด ดัชนี เริ่มซื้อขายกันที่ราคา +60 บาททันที   แต่ดัชนีวันนี้ กลับไม่มีเทรนด์ของการขึ้นอย่างชัดเจน   กล่าวคือ  มีแรงซื้อ พยายามดันดัชนีให้ขึ้น   แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถดันขึ้นได้มากไปกว่านี้     มันเหมือนกับว่า มีคนมาพยายามซื้อหุ้น  เพื่อดันดัชนีไม่ให้ตกจาก +60 จุด ตลอดวัน    ตลาดปิดการซื้อขายเมื่อ ดัชนี +60 จุด     และสังเกตได้ชัดว่า การเคลื่อนไหวของดัชนี   ต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง   เมื่อวาน  ดัชนีค่อยค่อยลง จาก -60 -100 -140  แต่วันนี้ ดัชนีเปิด +60 ทันที แล้วไม่ไปไหนตลอดทั้งวันเลย    ฉันคิดว่ามันแปลก

 

 

เมื่อข้อมูลสรุปการซื้อขายออกมา     มีข้อน่าสังเกต ที่ "น่ากลัว" บางประการ      ผลสรุปของการซื้อขายวันนี้ ออกมาว่า   มีแรงขายรุนแรง จาก นักลงทุนต่างชาติ      มีแรงขายรุนแรง จากนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ     และ  มีแรงดันซื้อมากมายมหาศาลอัศจรรย์  จาก นักลงทุนสถาบัน  กองทุนภายในประเทศ      ซึ่งนั่นหมายความว่า  ที่ดัชนีถูกดันให้คงอยู่ที่ระดับเกือบ +60 วันตลอดวันนั้น    เป็นเพราะ เงินลงทุนจาก กองทุนภายในประเทศ พยายามจะซื้อดันราคาเอาไว้    สู้กับแรงเทขาย ของนักลงทุนรายย่อย และ นักลงทุนต่างชาติ

 

 

ทำไม  กองทุนภายในประเทศ   จึงกลับกลายเป็นคนแห่มาซื้อหุ้น ?    จนกลายเป็นการดันดัชนีขึ้น เช่นนี้       ฉันนึกไม่ออกถึง เหตุผลอัน สมเหตุสมผล ในการรีบร้อนนำเอาเงิน มาเสี่ยง  ในสภาวะการณ์ที่ไม่แน่นอนขนาดนี้    และกองทุน ไม่ควรอยู่ในฐานะที่ตัดสินใจเร็ว รอบคอบภายในวันเดียวอย่างนี้

 

 

สิ่งที่ฉันคิด  มันกำลังดูน่ากลัวกว่าที่เคยคาดไว้     ฉันกำลังเดาว่า   ใครบางคน อาจจะสั่ง หรือ บังคับ ให้กองทุน ซื้อเพื่อดันราคาดัชนี    เพื่ออะไร?   เพื่อสร้างภาพว่า  "เห็นไหมล่ะ  ชั้นกลับคำแล้ว   ทุกอย่างมันก็ดีเหมือนเดิม"     เพื่ออะไร?   เพื่อที่เขาจะสามารถพูดได้ในตอนเย็นได้ว่า    "เห็นไหมล่ะ   ดัชนีหุ้นขึ้นมาตั้ง +60 แล้วนะ   ฉันไม่ได้ตัดสินใจผิดเลย"

 

 

ความน่ากลัว  ซ้อนความน่ากลัว  อยู่ที่ว่า ..

เงินของกองทุนนั้น กว่า 5 แสนล้านที่มาดันราคาหุ้นนี้   มาจากไหนล่ะ?   และเป็นเงินของใคร?    มันเป็น เงินของประชาชน ไม่ใช่หรือ?    เงินที่ตลาดหลักทรัพย์ พยายามออกมาโฆษณา เลือดตาแทบกระเด็น    พยายามให้คนเอาเงินมาฝากกับ กองทุนรวม     เงินที่ ตลาดหลักทรัพย์  แทบจะกราบเท้าประชาชน  ให้เอาเงินมาลงในกองทุนเถอะนะ   "เราเป็นมืออาชีพ  เราจะบริหารเงินให้ท่าน"   "ลดภาษีให้ด้วยเอ้า  ถ้าคุณเอาเงินมาฝากกับเรา"

 

 

ฉันกำลังกลัวว่า   ถ้ามันเป็นเรื่องของการสมรู้ร่วมคิดกันละก็     สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือว่า   คนมีอำนาจบางคน  กำลังเอาเงินของประชาชน ผ่านทางกองทุนรวมซึ่งตัวเองบังคับได้   เอาไปค้ำประกันราคาดัชนีให้สูงขึ้น     ทั้งนี้ ก็อาจจะแค่เพื่อรักษาหน้าของตัวเองเท่านั้น     การดันดัชนี นี้ ถือว่าเป็น การสร้างราคา    ถ้ามันเป็นอย่างที่คิด   แปลว่า  คนคนนั้น กำลังแทรกแซงตลาดหุ้น อย่างรุนแรง  และบ้าบิ่นเกินไป      เหมือนเป็นการโกหก ซ้อนการโกหก   ต้องโกหกต่อไปอีก เพื่อที่จะเอาหน้ารอดจากการโกหกครั้งก่อน        ที่น่ากลัวกว่านั้น  คือ  วิธีที่เอาเงินประชาชน ไปดันความเชื่อมั่นนั้น    มันเคยมีมาแล้ว    คล้ายกับ ตอนนู้นก่อนลอยตัวค่าเงินบาท  ที่แบ๊งก์ชาติ ขนเงินสำรองออกมา  สู้กับการโจมตีค่าเงิน  (ไปหลอกเขาว่า  เรายังมีเงินอยู่มากมายสำรองไว้)     ปรากฏว่าสู้ไม่ได้  สองวัน  ค่าเงินแตก   เงินสำรองหายเรียบ    ...   และ มันน่ากลัวมาก ว่า   นี่เขากำลังจะเอาวิธีการแบบเดิมมาใช้อีกหรือเปล่า     และ   ถ้าสมมติว่าเขากำลังทำอย่างนี้จริงจริงกับภาวะตลาดหุ้นตอนนี้    ด้วยการเอาเงินประชาชน มาดันดัชนี    แล้ววันหนึ่งที่เงินกองทุนหมด  และสู้แรงเทขายไม่ไหว   วันนั้นดัชนี SET ก็จะกราวรูด  ดิ่งเหวไปเลย   เงินที่จะมาดันดัชนีไม่มีอีกแล้ว     ตลาดหุ้นอาจจะเจ๊งสนิท    คราวนี้ เงินของคนไทยเองนี่แหล่ะ   ที่จะหายวับไปกับตา

 

 

ปัจจัยบวก ยังเห็นไม่ชัด    ถ้าการ +60 จุด ในวันนี้   เป็นการสร้างภาพลวงตา ของ ราคาหุ้น      เงินที่เอามาดันดัชนี จะหมดในเร็ววัน   เพราะทนแรงขายไม่ไหว     และสำหรับคนวงใน ที่รู้ล่วงหน้าว่าสถานการณ์จะออกมาอย่างนี้   จะสามารถทำกำไรได้ประมาณ 300% ภายในสองวัน   เช่น ถ้ามีเงินสองหมื่นล้าน  จะได้กลับคืนมา  หกหมื่นล้าน  เป็นต้น      บางเรื่องแสดงความไม่โปร่งใสอย่างชัดเจน  เช่น การยืนยันมาตรการตลอดวัน  แต่มากลับคำหลังปิดตลาดหุ้น       และ ผู้ว่าแบ๊งก์ชาติที่ให้สัมภาษณ์แสดงคุณภาพของสมอง ที่น่าเป็นห่วง   และ   ผู้ว่าตลาดหุ้นฯ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ  ซึ่ง ไม่ยอมสั่งปิดตลาดเมื่อวานนี้  แม้ว่าจะเกิดภาวะรุนแรงต่อตลาดหุ้น    ..    มันเหมือนนัดกันไว้   หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของ คุณภาพสมอง

 

 

 

นี่เป็นการคาดการณ์ของฉัน   แต่อย่างที่รู้รู้กันดี ว่า   ประเทศนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้

 

 

นิว

นับ หนึ่ง สอง สาม ... หลับตา และยิ้มให้กัน
เรื่องแบบนี้คาดการณ์ยากออก.......แต่ที่เงินจากกองทุนในประเทศ.....พี่ว่าซื้อตามใบสั่ง....แน่ๆ ...มั้ง.....มันอาจช่วยดันไว้ได้สักระยะนึง
000228
21 ธ.ค. 2549 เวลา 01:55 น.
"มันมีเบื้องหลัง" นี่คือคำตอบที่จ๋าตอบ host dad หลังจากที่เค้าถามจ๋าเมื่อวานอะนิว

โธ่... ประเทศไทย
002236
ja
21 ธ.ค. 2549 เวลา 02:51 น.
ตาลก็รู้เรื่องตลาดหุ้นไม่ค่อยเยอะมากหรอกค่ะ

แต่อ่านแล้วก็ เฮ้อออออออออออ... ><
001860
21 ธ.ค. 2549 เวลา 12:31 น.
เห้อ~

จริงครับ...ไม่รู้จะเล่นไรกันอีก?
ไม่หนุกด้วยหรอกนะ
คุณหลวง
21 ธ.ค. 2549 เวลา 20:55 น.
ก่อนอื่นขออนุญาตแอดฯ นะคะ

สำหรับเรื่องนี้พี่ว่า เป็นเรื่องน่ากลัวแบบยะเยือกยังไงไม่รู้ ต้องติดตามต่อ น้องวิเคราะห์ต่อนะจ๊ะ น่าสนใจมาก
002079
21 ธ.ค. 2549 เวลา 22:15 น.
ข่าว SET เปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้คิดถึงความน่ากลัวข้างต้นเหมือนกันค่ะ >__<
001036
21 ธ.ค. 2549 เวลา 22:37 น.
กองทุนในประเทศ "แห่" กันมาซื้อเพื่อปรับสภาพตลาดหุ้นไม่ให้ตกไปตามที่มันเป็นจริง
น่ากลัว ...

ตอนแรกบาล์มแพลนว่า
สิ้นปีจะเอาเงินไปลงกองทุนซะหน่อย เพื่อลดหย่อนภาษี

แบบนี้ ไม่กล้าแล้วนะเนี่ย

แล้วการแทรกแทรงเกิดขึ้นเฉพาะกองทุนใหญ่ๆ หรือเอกชนมากๆ ก็โดนด้วยล่ะเนี่ย?
002329
22 ธ.ค. 2549 เวลา 18:24 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic