เซ็นทรัลเวิร์ลด เอราวัณ ใบหยก สวนลุมไนท์ เจ้าชาย

 

 

สมมติว่าเราเป็นชาวต่างประเทศ  มาเที่ยววันหยุดสุขสันต์ปลายปี ณ บางกอก   เราจะเลือกไปที่ไหนดีน๊า    วันนี้ ลองไปเดินบางแห่งบางหน ที่คิดว่าชาวต่างประเทศเขาคงจะเดินกัน

 

1.  เซ็นทรัลเวิร์ลด

       มาเหยียบเป็นครั้งที่สองแล้ว   ในพื้นที่ห้างสุดแสนจะกว้างใหญ่นี้   บางที ห้างชั้นนำของบางกอก อาจจะเป็นพื้นที่พิเศษที่มีการรักษาความสะอาดได้ดี เมื่อเทียบกับพื้นที่สาธารณะส่วนอื่นของกรุงเทพ    ซึ่งเป็นการน่ายกย่องชมเชยมาก     ความกว้างของสถานที่ ทำให้เดินได้อย่างไม่อึดอัด   ประกอบกับ จำนวนคนเดิน   ก็ไม่มากมายเลย   ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของห้างคนเดียว    ร้านรวงกว้างขวาง เหมาะกับการช้อป  ทว่าจำนวนร้านไม่มาก    ร้านอาหารน้อย และคนแน่น     การตกแต่งมีลูกเล่น มีมุมของศิลป์  รูปปั้นบนม้านั่ง  เก้าอี้โมเสก  คุ๊กกี้แมน อะไรเช่นนี้  ซึ่งเป็นความน่าสนใจพอประมาณ      ช่วงคริสท์มาสมี ต้นคริสท์มาสยักษ์ในอาคาร  สวยงามน่าถ่ายรูป    นอกอาคารมีต้นคริสท์มาสยักษ์กว่าอีกต้น  น่าถ่ายรูป   เนรมิตให้พื้นที่เหมือนเมืองในฝัน

 

วันนี้ ลองเดินที่ B2S ที่เซ็นทรัลเวิร์ลด ซึ่งกินพื้นที่สามชั้น  รวบรวมสื่อหนังสือ ซีดีเพลง วิดิโอ  เครื่องเขียน  และร้านอินเตอร์เน็ททรู และกาแฟ สตาร์บั๊กส์   ใหญ่มหาศาล  น่าประทับใจมาก    กว้างกว่าคิโนคุนิยะที่พารากอน   เรียกใช้เวลาได้ทั้งวันเลยทีเดียว  สำหรับ คู่เดทหนอนหนังสือ

 

สรุป

บรรยากาศ : เรื่อยเรื่อยเฉื่อยเฉื่อย เหมาะกับการทอดน่อง จนเมื่อยล้า
คะแนน : 5/10

 

 

2.  โรงแรมเอราวัณ

หนึ่งในเหล่าสุดยอดแห่งโรงแรมของบางกอก   ใกล้เพียงแค่เดินข้ามจากเซ็นทรัลเวิร์ลด    ช้อปปิ้งมอลล์ของ โรงแรมเอราวัณ ค่อนข้างร้างผู้คน   และมีขนาดเล็ก    ซึ่งเหมาะกับชาวต่างชาติที่ขี้เกียจไปไหนไกลไกล ก็เดินเดินอยู่แค่นี้    ชั้นใต้ดินจะเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร   โดยส่วนตัวคิดว่า ราคาแพง และน่าจะไม่อร่อยมาก    ใต้ล๊อบบี้โรงแรม มีผับ บาร์ บรรยากาศดีดี  ตกแต่งเพื่อความผ่อนคลาย อย่างน้ำตกในโรงแรม   เป็นมรดกตกทอดของโรงแรมที่มีมานาน      สถานที่เช่นนี้ จึงเหมาะกับ คู่รักที่ขี้เกียจเดิน มานั่งเงียบเงียบรับบรรยากาศดีดีในตัวอาคาร

สรุป

บรรยากาศ :  ผับ บาร์ และความเป็นส่วนตัว น่าจะเป็นข้อดี 
คะแนน : 3/10 

 

3.  ตึกใบหยก

หนึ่งเดียวของ ตึกเอกชนในบางกอก  ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับชาวต่างชาติที่ควรจะต้องไป     ด้วยความที่เป็นตึกใจกลางเมืองที่สูงที่สุด   ชั้นบนสุด ได้ทำเป็น พื้นหมุนเพื่อการชมวิวจากมุมสูง  360 องศา   ยามค่ำคืน กับไฟระยิบระยับของบางกอก สุดลูกหู ลูกตา     รับ ลมเย็นบริสุทธิ์ ที่สัมผัสทางผิวหน้าและเนื้อตัว  โดยไม่มีกระจกใดใดมาขวางกั้น    คนที่ไม่พลุกพล่าน  ทำให้ยืนได้นานเท่านาน    ไม่ต้องเดินเวียนให้เมื่อย เพราะมีพื้นหมุน

 

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ การใช้เวลาที่ตึกใบหยก   น่าจะเป็นการที่มีร้านอาหารชั้นเกือบสูงสุด  และมีหลายร้าน   ซึ่งสามารถนั่งละเลียดกับอาหารค่ำ  พร้อมกับชมบางกอก ยามค่ำคืนได้อย่างดื่มด่ำ     สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือว่า  อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ท์  และไม่แพงอย่างที่คิด (590 บาทต่อหัว รวมภาษี และค่าบริการแล้ว)   บุฟเฟ่ท์ทำให้ไม่มีบ๋อยมายุ่งกับเรามาก   และไม่ต้องห่วงว่าอาหารจะมาเมื่อไหร่     ราคาต่อหัวก็ถือว่าไม่แพงเลย  เมื่อเทียบกับอาหารที่เขาจัดให้  อย่างเนื้อแกะอบ  กริลล์เนื้อหรือกุ้ง  ปลาโอเนื้อสีแดงสดหวานฉ่ำ และซูชิ ซาชิมิ ประดามี  แกง+++เนื้อแกะ อาหารอินเดีย   โรสบีฟ ฮันนี่แฮม  ผัดไทแสนอร่อย   ของหวาน ผลไม้มากมาย    ที่ยอมรับว่า ดีกว่าบางโรงแรมในราคาเท่ากันอีก     นอกจากนี้ ราคานี้ ยังรวมบัตรขึ้นชั้นบนสุด  เพื่อชมวิวบางกอก 360 องศายามค่ำคืนอีกด้วย (ถ้าซื้อบัตรขึ้นอย่างเดียว ราคา 200 บาท)    เรียกว่า  หลังจากอิ่มพุงกางแล้ว  ก็ขึ้นไปยืนแช่เกาะลูกกรง ชมวิวบางกอก 360 องศา โดยไม่ต้องเดินเลย     รับลมบริสุทธิ์เย็นเย็น  เอามือไปอยู่ในอุ้งมืออุ่นอุ่นของคนรัก   จัดว่าเป็นสถานที่ออกเดทชั้นเยี่ยมของบางกอก อย่างแท้จริง

 

จุดเสีย  คงจะได้แก่  อาหารบางอย่างไม่ถูกปาก  เช่น ซุปครีมกุ้งล๊อพสเท่อร์ เค็มเกินไป  หรือ แฮมบางชนิด มีกลิ่นหืน     ของดีดีจะหมดเร็ว ต้องไว    อาจจะมีการต่อคิวยาวช่วงเทศกาล    ควรจะมีการจองก่อน เพื่อได้ที่นั่งติดกระจก     และมองจากมุมสูง บางกอกในปัจจุบัน อาจจะเห็นป้ายโฆษณาเยอะเกินไปหน่อย

 

ฉันคิดว่า คนทำตึกใบหยก มีวิสัยทัศน์ไม่ใช่น้อย   นอกจากส่วนพื้นหมุนบนดาดฟ้าแล้ว   ชั้นล่าง ยังมีการจัดตกแต่งเป็นนิทรรศการ ของเก่าของไทยด้วย    ทั้งทั้งที่เป็นตึกของภาคเอกชนแท้แท้  แต่กลับทำภาพลักษณ์ของตึกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวออกมาได้น่าชื่นชมจริงจริง

เคาน์ดาวน์ ณ ใบหยก มีบัตรราคา 1600 บาทขาย  ซึ่งฉันยังคิดว่ามันไม่แพงเกินไปนัก   เทียบกับความน่าสนใจที่มอบให้

 

สรุป

บรรยากาศ : ดีมาก
คะแนน : 9/10

 

 

4.  ชิงช้าสวรรค์ที่สวนลุมไนท์บาซาร์

สิ่งหนึ่งที่เห็นจากมุมสูงสุดของตึกใบหยก   นอกจากตึกแล้ว  ก็คือ พวกวัตถุแสงไฟไฟใหญ่ใหญ่ทั้งหลาย  อย่างเช่น  ต้นคริสท์มาสยักษ์ หน้าลานเซ็นทรัลเวิร์ลด  อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย    และก็  ชิงช้าสวรรค์ที่สวนลุมไนท์บาซาร์ด้วย    ด้วยความที่เห็น  ก็เลยมีความอยากขึ้นเจ้าชิงช้านี้บ้าง   ประกอบกับเรื่องที่สวนลุมไนท์ อาจโดนย้ายที่ในเร็ววันนี้   ทำให้เราอยากไปก่อนที่จะสาย

 

สวนลุมไนท์บาซาร์ ค่อนข้างแออัด และเสียงดังมาก   แม้ชาวต่างชาติจะมาเดินเยอะ  แต่มักจะเป็นชาวต่างชาติแบบลุยลุยหน่อย    ที่ทางอาจจะคับแคบ  แต่ก็มีของแปลกแปลกขายเยอะ

    ชิงช้าสวรรค์ที่นี่ ชื่อว่า Roue De Paris (น่าจะแปลว่า วงล้อแห่งปารีส)  เสียค่าขึ้น คนละ 100 บาท    ซื้อตั๋วเสร็จ ก็ไปต่อแถวรอขึ้นกระเช้า   โดยเขาจะหยุดทีละกระเช้า เพื่อส่งคนขึ้น    พอเราขึ้นไปแล้ว  ก็หมุนไปสักพัก ก็หยุด เพื่อรอคนอื่นขึ้นกระเช้าอีก    พอทุกคนขึ้นครบแล้ว  กระเช้าก็จะหมุน 2 รอบ   แล้วก็หยุด เพื่อทยอยเอาคนลงจากกระเช้า

 

โดยส่วนตัวแล้ว ความรู้สึก ของการขึ้นชิงช้าสวรรค์นี้  คือ  ไม่รู้สึกอะไรเลย    ชิงช้าไม่ได้สูงมาก  จึงทำให้ไม่เห็นอะไรนัก     คนที่ไปด้วยก็เปรยว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะยังขายได้อีก     แต่เราก็แอบเห็นในกระเช้าคนอื่นบางคน ก็มีการแอบซบ กระแซะ ทำหนุงหนิง ในโลกส่วนตัว

 

สรุป

บรรยากาศ :  ตลาดนัด พลุกพล่านยามค่ำคืน
คะแนน : 3/10

 

 

คืนนี้ ฉันนึกขอบคุณค่ำคืนกับคนที่มาด้วย    หากไม่มีเขา  ชีวิตฉันคงจะมีแต่อยู่บ้าน ดูทีวี ดูหน้าหล่อของนักล่าฝันที่ตามเชียร์     ในบางขณะ ฉันก็สับสนว่า เจ้าชาย มีจริงหรือไม่    หรือ ชีวิตฉัน มักจะถูกดึงดูดให้เข้าใกล้คนที่มีสายเลือดกษัตริย์ บ่อยเกินไปหรือเปล่า   แต่ว่า คำว่า "เจ้าชายของฉัน" ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย    แต่หมายถึง  คนที่มีหัวใจและการกระทำ ที่ดูแล ปกป้อง ห่วงใยฉันต่างหาก    ในความหมายนี้ ป๊า ม๊า ก็เป็นเจ้าชายของฉัน    และในชีวิตนี้ ฉันก็คิดว่าจะมีคู่ชีวิต เป็นเจ้าชายของฉัน เช่นกัน

 

ด้วยรัก

นิว

 

 

นับ หนึ่ง สอง สาม ... หลับตา และยิ้มให้กัน
ท่าทางจะชอบใบหยก.......
...
...
บางที นึกๆ ก็ไม่รู้จะไปไหนดีใน กทม มันเบื่อๆ...
000228
29 ธ.ค. 2549 เวลา 15:19 น.
อ่านแล้วอยากไปใบหยกบ้างคะ ไม่เคยไปเลย

ท่าทางของกินจะอร่อย ^^
001860
29 ธ.ค. 2549 เวลา 16:51 น.
:-)
001036
29 ธ.ค. 2549 เวลา 19:39 น.
ตลกนิวนิวอะ ไปเดินเปลี่ยนบรรยากาศเหรอนิว

คิดถึงกรุงเทพ(เน่าๆ)จัง
002236
ja
29 ธ.ค. 2549 เวลา 22:09 น.
ในไดหน้านี้คงเป็นใบหยก 2 ?

เราว่าใบหยก 1 ถึงจะไม่สูงเท่า แต่บรรยากาศสบายๆ ได้บรรยากาศกว่าเยอะ ขนาดไปกับพ่อแม่ ยังรู้สึกโรแมนติกเลย ~~
004336
30 ธ.ค. 2549 เวลา 01:43 น.
เซ็นทรัลเวิร์ลเนี่ย ตั้งแต่ปรับปรุงใหม่
ก็ยังไม่มีโอกาสได้เป็นเดินดูทั่วๆ เลยค่ะ
เคยไปแต่ไปกินโคคาสุกี้ครั้งนึง
แต่เคยผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นบนของเค้าแล้ว อินเตอร์มาก กว้างมาก แต่คนเดินน้อยมาก ไปกระจุกอยู่ที่พารากอนกันหมด
ดูสิ ทำเลต่างกันนิดเดียว จำนวนลูกค้าต่างกันเยอะมาก

ตื่นตามากเลย B2S ... สามชั้นเชียวเหรอคะ
น่าไปจัง
นี่บาล์มว่า kinokuniya ที่พารากอน ถูกใจแล้วนะ อ่านแล้วทำให้อยากไป B2S ที่นี่จัง ^^

แต่สรุปแล้ว จริงๆ แล้วเนี่ย
ที่ไหน ก็ไม่สำคัญ ...
เท่ากับการได้ไปไหนกับเจ้าชายของเราใช่มั้ย ^^

002329
30 ธ.ค. 2549 เวลา 15:58 น.
คุณลมมา เซ็นทรัลเวิร์ลด ไม่บอกนู๋ฝนเลย นู่ฝนจะได้ลงมาหา
002582
30 ธ.ค. 2549 เวลา 20:11 น.
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลค่ะ.. ไว้มีแฟนจะชวนไปใบหยก
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic